การศึกษาทักษะที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานขับเครน เพื่อสนับสนุนประชาคมอาเซียน กรณีศึกษากลุ่มอุตสาหกรรมเครน จังหวัดชลบุรี
โดย วรศักดิ์ เนินผา
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและทรัพยากรมนุษย์ ภาควิชาการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและทรัพยากรมนุษย์์
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับทักษะของพนักงานขับเครนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยข้อมูลพื้นฐาน กับ ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานขับเครน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาเป็นพนักงานขับเครนใน จังหวัดชลบุรี จานวน 124 คน โดยคำนวณตามแนวคิดของเครจซี่และมอร์แกน และวิธีการสุ่ม ตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรโดยใช้การิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์ไคสแควร์
ผลการวิจัยพบว่า
1) ปัจจัยข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานขับเครน ไม่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานขับเครน อันเนื่องมาจากพนักงานแต่ละคนได้รับมอบหมายงานในลักษณะที่ต้องปฎิบัติตามขั้นตอน กระบวนการทำงานในใบสั่งงาน ซึ่งจะต้องมีผู้ควบคุมงานกำกับในทุกขั้นตอนของการทำงาน ซึ่งทุกคนจะต้องปฏิบัติงานตามขั้นตอนนั้น ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ผลงานตามใบสั่งงานของบริษัท ดังนั้น การมองคุณภาพงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่จึงให้ความสำคัญกับผลของงาน จึงทำให้ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานขับเครน มีประสิทธิภาพการปฏิบัติงานไม่ต่างกัน ภายใต้การใช้ทักษะเฉพาะของแต่ละคน
2) ปัจจัยข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ เพศ การผ่านการฝึกอบรมเป็นพนักงานขับเครน และประเภทของเครนที่ขับได้ มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานขับเครน น่าจะมีสาเหตุดังต่อไปนี้ ปัจจัยข้อมูลพื้นฐานด้านเพศ พบว่า เพศชาย มีทักษะที่สูงกว่าเพศหญิงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน อันเนื่องมาจากพนักงานขับเครน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานชาย ซึ่งจะมีความคล่องแคล่ว ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงทางกายภาพมากว่าเพศหญิง และพนักงานชายสามารถปฏิบัติงานเชิงรุกได้ดี สามารถปฏิบัติงานงานภาคสนาม งานด้านฮาร์ดแวร์ การปฏิบัติงานที่เร่งด่วน สามารถปฏิบัติงานนอกเวลาได้ ปัจจัยข้อมูลพื้นฐานด้านการผ่านการฝึกอบรมเป็นพนักงานขับเครน และด้านประเภทของเครนที่ขับได้ พบว่า พนักงานที่มีอายุระหว่าง 41-50 ปี เคยผ่านการฝึกอบรมเป็นพนักงานขับเครน และด้านประเภทของเครนที่ขับได้ คือ เครนล้อยาง มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานมากที่สุด
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลการวิจัย
1) ผลการศึกษาทำให้ทราบความสำคัญของทักษะของพนักงานขับเครน ที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานขับเครน โดยเฉพาะทักษะทางด้าน Soft Skills ที่ต้องมีความเข้าใจทางสังคมและความต่างในวัฒนธรรม การมีผลงานและความรับผิดชอบ มีความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว มีการริเริ่มและการชี้นำตนเอง และมีภาวะความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบต่อสังคม ดังนั้นจะต้องเตรียมความพร้อม ในการจัดการฝึกอบรมให้พนักงานขับเครนได้เรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะในทุกด้านที่จำเป็น จะทำให้การปฏิบัติงานมีระสิทธิภาพมากขึ้น
2) ผลการศึกษาทำให้ผู้ที่ทำงานด้านบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเครน สามารถเข้าใจในปรากฏการณ์ และพฤติกรรมต่าง ๆ ที่มีอยู่ของพนักงานขับเครนในองค์กร สามาถทำนาย และคาดหวังในประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานขับเครนได้ การเตรียมความพร้อม ในการจัดการฝึกอบรมให้พนักงานขับเครนได้เรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะในทุกด้านที่จำเป็น จะทำให้การปฏิบัติงานมีระสิทธิภาพมากขึ้น ได้ การนำไปกำหนดนโยบาย และทิศทางขององค์กรอย่างถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้งนำไปเป็นตัวกำหนด หรือหลักเกณฑ์ในการรับสมัครพนักงานใหม่ การใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตฐานในการแก้ไข ปรับปรุง กฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับ รวมถึงการให้มีใบอนุญาตขับเครนสำหรับพนักงานขับเครนเพื่อใช้และให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงสนับสนุนประชาคมอาเซียน
Download here: เล่มเต็ม
11 rules












ทำไมจะต้องใช้รถนำขบวนสำหรับการขนส่งของที่มีขนาดใหญ่?
Why You Need A Pilot Car For Oversized Loads?
ทำไมจะต้องใช้รถนำขบวนสำหรับการขนส่งของที่มีขนาดใหญ่?
ขณะที่มีการขับรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ไปตามท้องถนน คุณอาจสงสัยว่าจำเป็นต้องมีรถนำขบวนหรือไม่ มันจำเป็นจริงๆหรือ? คำตอบก็คือ มันขึ้นอยู่กับความปลอดภัยที่คุณต้องการ และมาตราการต่างๆ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าสิ่งที่คุณจะต้องผ่านเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางของคุณ จะมีอุปสรรคมากมายเนื่องจากตัวสินค้าที่มีขนาดใหญ่ของคุณ โครงสร้างต่างๆ ที่อยู่บนถนน สามารถสร้างความเสียหายให้กับสินค้าของคุณได้ และยังเป็นอันตรายต่อผู้ที่สัญจรทั่วไปได้อีกด้วย คุณจะต้องเข้าใจเป้าหมายของคุณก็คือ การส่งมอบสินค้าของคุณไปยังปลายทางอย่างปลอดภัยและไม่มีความเสียหาย
Are Pilot Cars Required?
จำเป็นจะต้องใช้รถนำขบวนหรือไม่?
ข้อกำหนดสำหรับการใช้รถนำขบวนจะแตกต่างกันไปออกไป โดยส่วนใหญ่ทางราชการมักจะขอให้ยานพาหนะขนส่งขนาดใหญ่จะต้องใช้รถนำขบวนอย่างน้อย 1 คัน จากการศึกษาพบว่า
กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ใน ข้อ 2 สำหรับรถที่ประกอบตัวถังสำเร็จรูปจากต่างประเทศ และได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้บรรทุกของไม่เกินส่วนกว้าง ส่วนยาว และส่วนสูงของตัวถังที่ใช้บรรทุก
กฎกระทรวง ฉบับที่ 20 (พ.ศ. 2550) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ใน (ก) ระบุว่ารถบรรทุกที่มีความกว้างของรถเกิน 2.3 เมตร ให้บรรทุกสูงไม่เกิน 4 เมตร จากพื้นทาง
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ข้อกำหนดด้านการบรรทุก
- รถบรรทุกให้บรรทุกสูงไม่เกิน 3.00 เมตร จากพื้นทาง เว้นแต่รถบรรทุกที่มีความกว้างของรถเกิน 2.30 เมตร ให้บรรทุกสูงไม่เกิน 4.00 เมตร จากพื้นทาง
- รถบรรทุกตู้สำหรับบรรจุสิ่งของ (Container) ให้บรรทุกสูงไม่เกิน 4.20 เมตร จากพื้นทาง
ประกาศ กรมการขนส่งทางบก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่มีขนาดของรถแตกต่างไปจากที่กําหนดในกฎกระทรวงพ.ศ. 2557 กำหนดให้
- รถพ่วงให้มีความกว้างไม่เกิน 2.55 เมตร ความสูงไม่เกิน 4 เมตร และความยาวไม่เกิน 13.80 เมตร
ที่มา: https://www.thaitruckcenter.com/qmarkv1/UploadFile/KnowledgeSource/-480435883.pdf
- รถกึ่งพ่วงให้มีความกว้างไม่เกิน 2.55 เมตร ความสูงไม่เกิน 4 เมตร และความยาว ไม่เกิน 16เมตร
ที่มา: https://www.thaitruckcenter.com/qmarkv1/UploadFile/KnowledgeSource/-480435883.pdf
- รถที่มีความกว้างเกิน 2.3 เมตร ให้มีความสูงไม่เกิน 4.5 เมตร และความยาว ไม่เกิน 16 เมตร แต่ทั้งนี้จะต้องมีความกว้างไม่เกิน 3 เมตร
- รถบรรทุกเฉพาะกิจ รถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงที่มีลักษณะและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เพื่อบรรทุกสิ่งของที่มีขนาดความกว้างของสิ่งของเกิน 2.55 เมตร หรือบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งโดยสภาพของสิ่งของนั้นไม่อาจแยกจากกันได้นอกจากจะทําลาย ทําให้บุบสลาย หรือทําให้เปลี่ยนแปลง รูปทรงหรือสภาพไป เช่น รถบรรทุกรถขุดตัก รถบรรทุกรถแทรกเตอร์ รถบรรทุกหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ให้มีขนาดความกว้างไม่เกิน 3 เมตร ความสูงไม่เกิน 4 เมตร และความยาวไม่เกิน 16 เมตร ทั้งนี้ หากรถมีความยาวมากกว่า 13.6 เมตร ส่วนที่ใช้ในการบรรทุกของรถจะมีความยาวกว่าสิ่งของ ที่บรรทุกได้ไม่เกิน 1 เมตร
ทั้งนี้ทางราชการได้กำหนดเงื่อนไขในการใช้รถเพิ่มเติม
- กรณีรถมีน้ำหนักเกินกว่าที่ทางราชการกําหนด อาจกําหนดเงื่อนไขว่า “การนํารถไปใช้ บนทางหลวงต้องได้รับอนุญาตจากผู้อํานวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อํานวยการทางหลวงแผ่นดิน และผู้อํานวยการทางหลวงสัมปทาน”
- กรณีรถมีขนาดเกินกว่าที่กําหนดในกฎกระทรวง อาจกําหนดเงื่อนไขว่า “การนํารถไปใช้ บนทางสาธารณะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจรหรือเจ้าพนักงานอื่นที่ดูแลรับผิดชอบเส้นทาง ที่นํารถไปใช้”
และรถบรรทุกอาจต้องการรถนำขบวนมากกว่าหนึ่งคัน หากสัดส่วนของสินค้าที่บรรทุกมากกว่าที่ระบุไว้ตามข้อกำหนดนี้ ทั้งนี้อสาจขึ้นอยู่กับทางราชการ ซึ่งต้องการให้มีรถนำขบวนมากขึ้น ทำให้การขนส่งขนาดใหญ่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
Is a Route Survey Important?
การสำรวจเส้นทางมีความสำคัญหรือไม่?
การสำรวจเส้นทาง คือ สิ่งที่ทำให้รถนำขบวนสามารถคุ้มกันรถบรรทุกที่บรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัย ที่ G Attitude เรามีบริการดำเนินการสำรวจเส้นทางเพื่อให้แน่ใจว่าถนนปลอดภัย ประเมินความปลอดภัยของถนน โครงสร้างถนน และระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดในเส้นทางที่กำหนด การจราจร สายไฟฟ้า สายสื่อสาร และสิ่งกีดขวางเหนือศีรษะ การสำรวจเส้นทางจึงเป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงที่สำคัญ หากไม่มีสิ่งนี้ ผู้ขับขี่รถนำขบวนก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้
ในทุกๆ วัน บริษัทรถบรรทุกที่มีการขนส่งสินค้าหนัก หรือที่มีขนาดใหญ่เหล่านี้บนทางหลวงอาจก่อให้เกิดความวิตกกังวลกับผู้ที่จะต้องใช้ถนนร่วมกัน แต่ต้องขอบคุณการสำรวจเส้นทาง บริษัทต่างๆ จึงสามารถขนส่งของหนักได้อย่างปลอดภัย การที่มีรถนำขบวนจะปลอดภัยยิ่งขึ้น หากคุณต้องการให้เราบริการสำรวจเส้นทาง โทรหาเราวันนี้!