ในงานขนส่งที่ต้องใช้รถหัวลากที่มีกำลังลากมากๆ หรือการขนส่งทั่วๆไป วิศวกรจำเป็นต้องรู้ว่ารถหัวลากที่เลือกมาใช้งานนั้น เหมาะสมกับงานขนาดไหน

นี่คือโจทย์ที่สำคัญ และทำให้เรารู้ได้ว่าถ้าจะต้องมีการลากสินค้าขึ้นเนิน หรือขึ้นเขา จำเป็นต้องใช้รถหัวลากกี่หัวจึงจะเพียงพอ

จากประสปการณ์ของผู้เขียน รถหัวลากขนาด 450 แรงม้า สามารถสร้างแรงดึงได้ถึง 20.58 ตัน
แรงขับทั้งหมดของการขนส่งจะกำหนดแรงขับเพื่อการใช้งานสูงสุดแค่ 75% เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

 

Tractive effort required = น้ำหนักรวม x ความต้านทานการหมุนรวม

 

น้ำหนักรวม = น้ำหนักของสินค้า + น้ำหนักอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการขนส่ง + น้ำหนักของหางเทลเลอร์

ความต้านทานการหมุนรวมหาได้จาก ความต้านทานการหมุน + ค่าความชัน + ค่าความเร็วลมที่ประทะ 

  • ความต้านทานการหมุน จะมีค่าเป็นเปอร์เซ็นต์
  • ค่าความชัน จะมีค่าเป็นเปอร์เซ็นต์
  • ค่าความเร็วลมที่ประทะ = แรงสูงสุดที่เกิดขึ้นเมื่อลมประทะเทียบกับทิศทางของการเดินทาง เช่น  5 Beaufort ซึ่งสร้างความดัน 7.30 กิโลกรัม / ตารางเมตร ตัวเลขนี้จะถูกคำนวณและเพิ่มลงในความพยายามในการดึงของรถหัวลาก

ถ้าผลจาก Tractive effort required หารด้วยค่าลากจูงของรถหัวลาก (20.58 ตัน) แล้วมีค่าน้อยกว่า 75% นั่นหมายถึง เราสามารถใช้รถหัวลาก 1 คันในการขนส่งสินค้านั้นๆได้

 

ทำไมเราใช้ Hydraulic Trailer ขนสินค้าแล้วยังเกิดอุบัติเหตุได้???

ดังที่เรารู้มาว่า Hydraulic Trailer ถูกออกแบบมาให้ความสามารถพิเศษ สามารถรับน้ำหนักสินค้าได้คราวละมาก ๆ มีความสามารถต้าน Camber ของถนนหรือพื้นได้ ไม่ว่าพื้นจะขรุขระหรือสูงต่ำอย่างไร Hydraulic Trailer สามารถพิชิตอุปสรรคนั้นได้ แต่ถ้าหากว่า อุปสรรคนั้นเกินขีดความสามารถของ trailer หรือผู้ออกแบบการใช้งานไม่มีความเข้าใจของระบบ Hydraulic Suspension แล้วละก็ อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้แน่นอน